วันที่สี่ เวนิซ - เฟอราร่า - ฟลอเรนซ์
เช้า - พาท่านเดินทางสู่สะพานรีอาลโต้ (Rialto Bridge) สะพานข้ามคลองหลักที่เก่าแก่ที่สุดของเวนิซที่รายลอบไปด้วยร้านค้าต่างๆ ถ่ายภาพกับจุดชมวิวหลักบนสะพานที่ท่านสามารถมองเห็นคลอง Grand Canal คลองที่ใหญ่ที่สุดผ่ากลางเกาะเวนิซ ชมชีวิตกลางสายน้ำของชาวท้องถิ่นที่ใช้คลองแทนถนน จากนั้นพาท่านเดินชมตลาด Rialto ตลาดกลางอันเก่าแก่ของเมืองเวนิซที่มีมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1097 และทำให้เขต Rialto เป็นเขตการค้าที่สำคัญจนมีการสร้างสะพาน Rialto อันยิ่งใหญ่ที่คงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันชาวท้องถิ่นยังคงมาเลือกซื้อผักผลไม้สด ดอกไม้ และปลาสดๆจากทะเลอย่างเนืองแน่น
ได้เวลาสมควรพาท่านเข้าชมฐานทัพเรือโบราณ Venetian Arsenale ที่ตั้งของกองทัพเรือในสมัยอาณาจักรเวนิซรุ่งเรือง ที่บุกไปรบชนะเมืองอื่นๆด้วยทัพเรือที่ยิ่งใหญ่นี้ และที่นี่ยังเป็นที่ต่อเรือรบในสมัยนั้น เวนิซยังเป็นเมืองแรกที่คิดค้นวิธีต่อเรือแบบปริมาณ ทำให้กองทัพสามารถต่อเรือรบหนึ่งลำได้ภายในเพียงวันเดียว
กลางวัน - พาท่านออกเดินทางสู่เมืองฟลอเรนซ์ แวะทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ที่เมืองเฟอราร่า
หลังอาหาร นำท่านเที่ยวชมเมืองเฟอราร่า ในเขตแคว้น Emilia-Romagna และเพราะความสวยงามและความสำคัญทางวัฒนธรรม UNESCO จึงประกาศให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย
จากนั้นพาท่านเดินทางต่อสู่เมืองฟลอเรนซ์ เมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรเนซองส์ โดยเริ่มต้นพาท่านเข้าชมแกลลอเรีย อะคาเดมี ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมภาพวาดระดับเยี่ยมของศิลปินชาวอิตาเลียน และยังเป็นที่ตั้งรูปปั้นเดวิดตัวจริงอีกด้วยโดยในปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จากนั้นพาท่านมุ่งสู่จัตุรัสไมเคิลแอนเจโลเพื่อชมวิวพาโนราม่าอันแสนสวยงามของเมืองฟลอเรนซ์ โดยมีมหาวิหาร Duomo ตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางบ้านเรือนสมัยเรเนอร์ซองส์และคั่นผ่านด้วยแม่น้ำอาโนและสะพานเก่าแก่เรียงราย ถ่ายภาพดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินจากจุดชมวิวนี้ที่แสนงดงาม
ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
วันทีี่ห้า ฟลอเรนซ์ - ช้อปปิ้งเอาท์เลต The Mall, Prada - ไร่ไวน์ชิอานติ - พักผ่อนทัสคานวิลล่า
เช้า - พาท่านเดินเที่ยวชมสัมผัสเมืองฟลอเรนช์โดยเริ่มต้นเข้าสู่จัตุรัสของดูโอโม่ หรือ มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิโอเร ที่โดดเด่นด้วยยอดโดมที่กล่าวกันว่าใหญ่ที่สุดในโลก หอระฆังกัมปานีเล และวิหารประกอบพิธีรับศีลจุ่มที่มีประตูแห่งสรวงสวรรค์ หรือ PARADISE DOOR ถัดไปเป็นจัตุรัสซินญอเรีย ที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง และเป็นที่ตั้งรูปปั้นเดวิดของแท้มานานกว่า 3 ศตวรรษจึงได้มีการย้ายไปใกล้กัน เป็นพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ ที่เก็บงานศิลปะล้ำค่าในยุคกลางใกล้กันเป็นสะพานเวคคิโอ สะพานเก่าแก่แห่งแรกที่ข้ามแม่น้ำอาร์โน จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้ซื้อหาสินค้าประเภทเครื่องหนัง, กระเป๋าถือ,และสินค้าแฟชั่นชั้นนำของอิตาลี
กลางวัน - พาท่านออกเดินทางสู่ The Mall Outlet ที่เป็นแหล่งรวบรวมแบรนด์ชื่อดังอาทิกุชชี่ อามานี่ เฟนดิ เฟอรากาโม่ และอีกมากมาย ให้เวลาท่านเลือกซื้ิอของตามอัธยาศัยในราคาลดสุดๆกว่าครึ่งๆ
รับประทานอาหารกลางวันก่อนเดินทางสู่ Prada Outlet Space เอาท์เลตของแบรนด์ดังปราด้า และ มิวมิว ที่ใหญ่ที่สุด อิสระอัธยาศัยให้ช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ
จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ไร่ไวน์ในเขตชิอานติ แคว้นทัสคานี่ ที่ผลิตไวน์แดงชิอานติรสชาติเข้มข้นซึ่งปัจจุบันติดอันดับสุดยอดไวน์คุณภาพของโลก ไร่ไวน์ชิอานติต้องอยู่ในเขตนี้เท่านั้นและต้องใช้ส่วนผสมขององุ่นพันธุ์ Sangiovese ชมสาธิตเทคนิคขั้นตอนการผลิตและทัวร์ไร่องุ่น จากนั้นให้ท่านได้ลิ้มลองรสไวน์ชนิดต่างๆ อิสระให้เลือกซื้อเป็นของฝากหากถูกใจ
เย็น - อาหารค่ำท่ามกลางบรรยากาศทัสคาน
พาท่านเข้าที่พักที่วิลล่า ที่ล้อมรอบด้วยหุบเขา ไร่ไวน์ และต้นไม้นานาพรรณของแคว้นทัสคานี่ สัมผัสบรรยากาศสุนทรีย์และชีวิตแบบ La Dolce Vita ของชาวอิตาเลียน
วันทีี่หก แคว้นทัสคานี่ - เมืองเซียน่า - มอนเตริกกิออนี่ - เมืองซานจิมิญาโน่ - ปิซ่า
เช้า - สูดอากาศยามเช้าจากบ้านพักของท่าน ก่อนออกเดินทางสู่่เมืองเซียน่า เป็นเมืองคู่แข่งสำคัญของฟลอเรนซ์ในอดีต แต่ตอนหลังถูกยึดรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฟลอเรนซ์ เป็นเมือง UNESCO อีกเมืองหนึ่งของแคว้นทัสคานี่ เที่ยวชมวิหารดูโอโม เป็นโบสถ์แบบโกธิกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ มีความงดงามทั้งด้านหน้าและด้านใน ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนด้วยศิลปะแบบเซียน่า จากนั้นชมจัตุรัสกลางเมือง ที่มีศาลาว่ากลางสไตล์โกธิคตั่งตระหง่านอยู่จนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ และยังเป็นสถานที่จัดแข่งขันม้า Il Palio ที่ผู้เข้าแข่งขันจากทั้ง 7 แคว้นในเซียน่าจะมารวมตัวกันเพื่อประลองความเร็วและเดิมพันศักดิ์ศรีของแต่ละแคว้นและจะสวมชุดและเกราะในแบบยุคกลาง เป็นประเพณีดั้งเดิมมาตั้งแต่กว่า 400 ปีมาแล้ว
จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองซานจิมิญาโน่ (San Gimignano) เมืองเล็กๆบนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณ และเมืองแห่งสุดยอดสถาปัตยกรรมของยุคกลาง โดยเฉพาะหอคอยสูงตระหง่าน 14 หอ ที่สามารถมองเห็นได้แม้อยู่ห่างจากตัวเมืองหลายกิโลเมตร เป็นเมืองเดียวในอิตาลี่ที่สามารถอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมยุคกลางไว้ได้อย่างครบถ้วนจนได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กร UNESCO พาท่านเดินเล่นภายในตัวเมืองเก่าเพื่อเก็บบรรยากาศของยุคสมัยนั้น ชม La Rocca ป้อมโบราณสมัยศัตวรรษที่ 14 และถ่ายภาพกับวิวเมืองอันสวยงาม
กลางวัน - พาท่านออกเดินทางสู่เมืองปิซ่า แวะทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แล้วออกเดินทางสู่ที่ตั้งของหอเอนปีซ่า ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1174 ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ที่ชาวโลกรู้จักกันดีจากการทดลองเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงโดยนักวิทยาศาสตร์เอก กาลิเลโอ ใกล้ ๆ กันมีหอสวดมนต์ที่สร้างในสไตล์โรมันเนสก์ อันเป็นงานศิลปะที่งดงามในยุคนั้น อิสระให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมในเขตเมืองปีซ่า
วันทีี่เจ็ด โรม - นครวาติกัน - มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ - โบสถ์ซิสทีน - พิพิธภัณฑ์วาติกัน - ป้อมเซนต์แอนเจโล่ - จัตุรัสนาโวน่า - วิหาร Pantheon - น้ำพุเทรวี่
เช้า - ออกเดินทางสู่กรุงโรม
พาท่านตามรอยนวนิยาย Angels & Demons อันโด่งดังที่ได้นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เมื่อปีที่แล้วนำแสดงโดยทอม แฮงค์ส โดยเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่นครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระ และศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกัน ซึ่งเป็นที่รวบรวมผลงานทางศิลปะและสมบัติเก่าแก่กว่าสองพันปีที่ถูกสะสมมาตั้งแต่สมัยยุคที่วาติกันเป็นมหาอำนาจ ชมรูปปั้นและภาพวาดฝีมือของจิตรกรเอกสำคัญๆในสมัยกลาง และสมัยเรอเนสซองส์ และห้องท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างสุดแสนอลังการ
เข้าชมโบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) ซึ่งเป็นผลงานของไมเคิลแองเจโลที่วาดภาพเขียนสีเฟรสโก้ที่โด่งดังที่สุดของโลกคือ The Last Judgement แล้วไปชมความอลังการของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชมรูปปั้นแกะสลักเฟียต้า ผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจโล เสาพลับพลาที่ออกแบบโดยแบร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งที่สำคัญล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลี
กลางวัน - ทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นพาท่านเดินทางเข้าสู่เขตเมืองเก่าศุนย์กลางประวัติศาสตร์ของกรุงโรม (Centro Storico) ผ่านป้อม Sant’ Angelo ที่ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษของวาติกันในสมัยก่อน และภายใต้ยังมีอุโมงค์ลับที่เชื่อมต่อโดยตรงกับวาติกัน จากนั้นแวะเก็บภาพสวยงามริมแม่น้ำ Tiber
เดินทางสู่จัตุรัสนาโวน่า ศูนย์กลางของศิลปะบารอคในกรุงโรม เป็นที่ตั้งของน้ำพุชื่อดังสามแห่ง อาทิ Fontana dei Quattro Fiumi (น้ำพุแห่งสี่แม่น้ำ) สร้างโดย Bernini สถาปนิกเอกของกรุงโรม อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกน่ารักๆ ลิ้มลองไอศกรีมเลื่องชื่อของโรมหรือนั่งจิบกาแฟท่ามกลางบรรยากาศสบายๆยามบ่าย จากนั้นพาท่านเข้าชมวิหาร Patheon ชมความอัฉริยะและความมหัศจรรย์ของสถาปนิกในสมัยนั้น
ชม น้ำพุเทรวี่ ผลงานมาสเตอร์พีซของนิโคลาส ซัลวี ที่มาของเพลง “ทรีคอยน์ออฟเดอะฟาวด์เท่น” ที่โด่งดังในอดีต ซึ่งนักท่องเที่ยวมีความเชื่อว่าหากโยนเหรียญอธิฐานไว้จะได้กลับมากรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง
ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมในเขตกรุงโรม
วันทีี่แปด โรม - สนามกีฬาโคลอสเซียม - โรมันฟอรั่ม - บันไดสเปน - อัธยาศัยช้อปปิ้ง
เช้า - พาท่านเข้าชมสนามกีฬาโคลอสเซี่ยมสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน แล้วไปบันทึกภาพกับประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิ์โรมันที่โรมันฟอรั่ม
จากนั้นพาท่านเข้าสู่จัตุรัสบันไดสเปน แหล่งพบปะของหนุ่มสาวชาวอิตาเลียนยามว่าง จนกลายเป็นแหล่ง ช้อปปิ้งชื่อดังเรียงรายไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมของอิตาลี อิสระถ่ายภาพและช้อปปิ้ง
ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานตามเวลาเที่ยวบินของท่าน
เช้า - พาท่านเดินทางสู่สะพานรีอาลโต้ (Rialto Bridge) สะพานข้ามคลองหลักที่เก่าแก่ที่สุดของเวนิซที่รายลอบไปด้วยร้านค้าต่างๆ ถ่ายภาพกับจุดชมวิวหลักบนสะพานที่ท่านสามารถมองเห็นคลอง Grand Canal คลองที่ใหญ่ที่สุดผ่ากลางเกาะเวนิซ ชมชีวิตกลางสายน้ำของชาวท้องถิ่นที่ใช้คลองแทนถนน จากนั้นพาท่านเดินชมตลาด Rialto ตลาดกลางอันเก่าแก่ของเมืองเวนิซที่มีมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1097 และทำให้เขต Rialto เป็นเขตการค้าที่สำคัญจนมีการสร้างสะพาน Rialto อันยิ่งใหญ่ที่คงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันชาวท้องถิ่นยังคงมาเลือกซื้อผักผลไม้สด ดอกไม้ และปลาสดๆจากทะเลอย่างเนืองแน่น
ได้เวลาสมควรพาท่านเข้าชมฐานทัพเรือโบราณ Venetian Arsenale ที่ตั้งของกองทัพเรือในสมัยอาณาจักรเวนิซรุ่งเรือง ที่บุกไปรบชนะเมืองอื่นๆด้วยทัพเรือที่ยิ่งใหญ่นี้ และที่นี่ยังเป็นที่ต่อเรือรบในสมัยนั้น เวนิซยังเป็นเมืองแรกที่คิดค้นวิธีต่อเรือแบบปริมาณ ทำให้กองทัพสามารถต่อเรือรบหนึ่งลำได้ภายในเพียงวันเดียว
กลางวัน - พาท่านออกเดินทางสู่เมืองฟลอเรนซ์ แวะทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ที่เมืองเฟอราร่า
หลังอาหาร นำท่านเที่ยวชมเมืองเฟอราร่า ในเขตแคว้น Emilia-Romagna และเพราะความสวยงามและความสำคัญทางวัฒนธรรม UNESCO จึงประกาศให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย
จากนั้นพาท่านเดินทางต่อสู่เมืองฟลอเรนซ์ เมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรเนซองส์ โดยเริ่มต้นพาท่านเข้าชมแกลลอเรีย อะคาเดมี ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมภาพวาดระดับเยี่ยมของศิลปินชาวอิตาเลียน และยังเป็นที่ตั้งรูปปั้นเดวิดตัวจริงอีกด้วยโดยในปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จากนั้นพาท่านมุ่งสู่จัตุรัสไมเคิลแอนเจโลเพื่อชมวิวพาโนราม่าอันแสนสวยงามของเมืองฟลอเรนซ์ โดยมีมหาวิหาร Duomo ตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางบ้านเรือนสมัยเรเนอร์ซองส์และคั่นผ่านด้วยแม่น้ำอาโนและสะพานเก่าแก่เรียงราย ถ่ายภาพดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินจากจุดชมวิวนี้ที่แสนงดงาม
ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
วันทีี่ห้า ฟลอเรนซ์ - ช้อปปิ้งเอาท์เลต The Mall, Prada - ไร่ไวน์ชิอานติ - พักผ่อนทัสคานวิลล่า
เช้า - พาท่านเดินเที่ยวชมสัมผัสเมืองฟลอเรนช์โดยเริ่มต้นเข้าสู่จัตุรัสของดูโอโม่ หรือ มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิโอเร ที่โดดเด่นด้วยยอดโดมที่กล่าวกันว่าใหญ่ที่สุดในโลก หอระฆังกัมปานีเล และวิหารประกอบพิธีรับศีลจุ่มที่มีประตูแห่งสรวงสวรรค์ หรือ PARADISE DOOR ถัดไปเป็นจัตุรัสซินญอเรีย ที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง และเป็นที่ตั้งรูปปั้นเดวิดของแท้มานานกว่า 3 ศตวรรษจึงได้มีการย้ายไปใกล้กัน เป็นพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ ที่เก็บงานศิลปะล้ำค่าในยุคกลางใกล้กันเป็นสะพานเวคคิโอ สะพานเก่าแก่แห่งแรกที่ข้ามแม่น้ำอาร์โน จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้ซื้อหาสินค้าประเภทเครื่องหนัง, กระเป๋าถือ,และสินค้าแฟชั่นชั้นนำของอิตาลี
กลางวัน - พาท่านออกเดินทางสู่ The Mall Outlet ที่เป็นแหล่งรวบรวมแบรนด์ชื่อดังอาทิกุชชี่ อามานี่ เฟนดิ เฟอรากาโม่ และอีกมากมาย ให้เวลาท่านเลือกซื้ิอของตามอัธยาศัยในราคาลดสุดๆกว่าครึ่งๆ
รับประทานอาหารกลางวันก่อนเดินทางสู่ Prada Outlet Space เอาท์เลตของแบรนด์ดังปราด้า และ มิวมิว ที่ใหญ่ที่สุด อิสระอัธยาศัยให้ช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ
จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ไร่ไวน์ในเขตชิอานติ แคว้นทัสคานี่ ที่ผลิตไวน์แดงชิอานติรสชาติเข้มข้นซึ่งปัจจุบันติดอันดับสุดยอดไวน์คุณภาพของโลก ไร่ไวน์ชิอานติต้องอยู่ในเขตนี้เท่านั้นและต้องใช้ส่วนผสมขององุ่นพันธุ์ Sangiovese ชมสาธิตเทคนิคขั้นตอนการผลิตและทัวร์ไร่องุ่น จากนั้นให้ท่านได้ลิ้มลองรสไวน์ชนิดต่างๆ อิสระให้เลือกซื้อเป็นของฝากหากถูกใจ
เย็น - อาหารค่ำท่ามกลางบรรยากาศทัสคาน
พาท่านเข้าที่พักที่วิลล่า ที่ล้อมรอบด้วยหุบเขา ไร่ไวน์ และต้นไม้นานาพรรณของแคว้นทัสคานี่ สัมผัสบรรยากาศสุนทรีย์และชีวิตแบบ La Dolce Vita ของชาวอิตาเลียน
วันทีี่หก แคว้นทัสคานี่ - เมืองเซียน่า - มอนเตริกกิออนี่ - เมืองซานจิมิญาโน่ - ปิซ่า
เช้า - สูดอากาศยามเช้าจากบ้านพักของท่าน ก่อนออกเดินทางสู่่เมืองเซียน่า เป็นเมืองคู่แข่งสำคัญของฟลอเรนซ์ในอดีต แต่ตอนหลังถูกยึดรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฟลอเรนซ์ เป็นเมือง UNESCO อีกเมืองหนึ่งของแคว้นทัสคานี่ เที่ยวชมวิหารดูโอโม เป็นโบสถ์แบบโกธิกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ มีความงดงามทั้งด้านหน้าและด้านใน ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนด้วยศิลปะแบบเซียน่า จากนั้นชมจัตุรัสกลางเมือง ที่มีศาลาว่ากลางสไตล์โกธิคตั่งตระหง่านอยู่จนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ และยังเป็นสถานที่จัดแข่งขันม้า Il Palio ที่ผู้เข้าแข่งขันจากทั้ง 7 แคว้นในเซียน่าจะมารวมตัวกันเพื่อประลองความเร็วและเดิมพันศักดิ์ศรีของแต่ละแคว้นและจะสวมชุดและเกราะในแบบยุคกลาง เป็นประเพณีดั้งเดิมมาตั้งแต่กว่า 400 ปีมาแล้ว
จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองซานจิมิญาโน่ (San Gimignano) เมืองเล็กๆบนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณ และเมืองแห่งสุดยอดสถาปัตยกรรมของยุคกลาง โดยเฉพาะหอคอยสูงตระหง่าน 14 หอ ที่สามารถมองเห็นได้แม้อยู่ห่างจากตัวเมืองหลายกิโลเมตร เป็นเมืองเดียวในอิตาลี่ที่สามารถอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมยุคกลางไว้ได้อย่างครบถ้วนจนได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กร UNESCO พาท่านเดินเล่นภายในตัวเมืองเก่าเพื่อเก็บบรรยากาศของยุคสมัยนั้น ชม La Rocca ป้อมโบราณสมัยศัตวรรษที่ 14 และถ่ายภาพกับวิวเมืองอันสวยงาม
กลางวัน - พาท่านออกเดินทางสู่เมืองปิซ่า แวะทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แล้วออกเดินทางสู่ที่ตั้งของหอเอนปีซ่า ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1174 ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ที่ชาวโลกรู้จักกันดีจากการทดลองเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงโดยนักวิทยาศาสตร์เอก กาลิเลโอ ใกล้ ๆ กันมีหอสวดมนต์ที่สร้างในสไตล์โรมันเนสก์ อันเป็นงานศิลปะที่งดงามในยุคนั้น อิสระให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมในเขตเมืองปีซ่า
วันทีี่เจ็ด โรม - นครวาติกัน - มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ - โบสถ์ซิสทีน - พิพิธภัณฑ์วาติกัน - ป้อมเซนต์แอนเจโล่ - จัตุรัสนาโวน่า - วิหาร Pantheon - น้ำพุเทรวี่
เช้า - ออกเดินทางสู่กรุงโรม
พาท่านตามรอยนวนิยาย Angels & Demons อันโด่งดังที่ได้นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เมื่อปีที่แล้วนำแสดงโดยทอม แฮงค์ส โดยเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่นครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระ และศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกัน ซึ่งเป็นที่รวบรวมผลงานทางศิลปะและสมบัติเก่าแก่กว่าสองพันปีที่ถูกสะสมมาตั้งแต่สมัยยุคที่วาติกันเป็นมหาอำนาจ ชมรูปปั้นและภาพวาดฝีมือของจิตรกรเอกสำคัญๆในสมัยกลาง และสมัยเรอเนสซองส์ และห้องท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างสุดแสนอลังการ
เข้าชมโบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) ซึ่งเป็นผลงานของไมเคิลแองเจโลที่วาดภาพเขียนสีเฟรสโก้ที่โด่งดังที่สุดของโลกคือ The Last Judgement แล้วไปชมความอลังการของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชมรูปปั้นแกะสลักเฟียต้า ผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจโล เสาพลับพลาที่ออกแบบโดยแบร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งที่สำคัญล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลี
กลางวัน - ทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นพาท่านเดินทางเข้าสู่เขตเมืองเก่าศุนย์กลางประวัติศาสตร์ของกรุงโรม (Centro Storico) ผ่านป้อม Sant’ Angelo ที่ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษของวาติกันในสมัยก่อน และภายใต้ยังมีอุโมงค์ลับที่เชื่อมต่อโดยตรงกับวาติกัน จากนั้นแวะเก็บภาพสวยงามริมแม่น้ำ Tiber
เดินทางสู่จัตุรัสนาโวน่า ศูนย์กลางของศิลปะบารอคในกรุงโรม เป็นที่ตั้งของน้ำพุชื่อดังสามแห่ง อาทิ Fontana dei Quattro Fiumi (น้ำพุแห่งสี่แม่น้ำ) สร้างโดย Bernini สถาปนิกเอกของกรุงโรม อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกน่ารักๆ ลิ้มลองไอศกรีมเลื่องชื่อของโรมหรือนั่งจิบกาแฟท่ามกลางบรรยากาศสบายๆยามบ่าย จากนั้นพาท่านเข้าชมวิหาร Patheon ชมความอัฉริยะและความมหัศจรรย์ของสถาปนิกในสมัยนั้น
ชม น้ำพุเทรวี่ ผลงานมาสเตอร์พีซของนิโคลาส ซัลวี ที่มาของเพลง “ทรีคอยน์ออฟเดอะฟาวด์เท่น” ที่โด่งดังในอดีต ซึ่งนักท่องเที่ยวมีความเชื่อว่าหากโยนเหรียญอธิฐานไว้จะได้กลับมากรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง
ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมในเขตกรุงโรม
วันทีี่แปด โรม - สนามกีฬาโคลอสเซียม - โรมันฟอรั่ม - บันไดสเปน - อัธยาศัยช้อปปิ้ง
เช้า - พาท่านเข้าชมสนามกีฬาโคลอสเซี่ยมสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน แล้วไปบันทึกภาพกับประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิ์โรมันที่โรมันฟอรั่ม
จากนั้นพาท่านเข้าสู่จัตุรัสบันไดสเปน แหล่งพบปะของหนุ่มสาวชาวอิตาเลียนยามว่าง จนกลายเป็นแหล่ง ช้อปปิ้งชื่อดังเรียงรายไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมของอิตาลี อิสระถ่ายภาพและช้อปปิ้ง
ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานตามเวลาเที่ยวบินของท่าน
วันที่สอง มิลาน - เซอมิโอนี่ - ล่องเรือทะเลสาปเลคการ์ด้า - ค้างคืนริมทะเลสาป
เช้า - พาคณะออกเดินทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์คือ ดูโอโม (Duomo) มหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ใช้เวลาสร้างกว่าห้าร้อยปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1386 ในสไตล์โกธิค จนเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1805 เพื่อให้ทันเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกของนโปเลียน ที่จะทรงขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิของอิตาล ด้านนอก มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แล้วผ่านชมแกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ล อาคารกระจกที่เก่าแก่และมีความสวยงาม หลังจากนั้นชมโรงละครโอเปร่า ลาสกาล่า ชมรูปปั้นของ ลีโอนาโด ดาวินชี
อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวเล่นในเมืองมิลาน เมืองหลวงแห่งโลกแฟชั่นที่รายล้อมไปด้วยร้านค้าชื่อดังต่างๆ
กลางวัน - อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร ออกเดินทางไปยังเขต เลคการ์ด้า แคว้นลอมบาร์ดี้
นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านเซอมิโอนี่ หมู่บ้านริมทะเลสาปอันแสนสวยล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณและทะเลสาปทั้งสี่ด้าน การจะเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ต่องผ่านประดูเมืองที่อยู่ภายใต้ปราสาท Scaliger อันสวยงามราวเทพนิยาย ที่นี่เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเมื่อสมัยศึกสงครามระหว่างแคว้นเวเนโต้ กับลอมบาร์ดี้ และเพราะความสวยงาม หมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมของเศรษฐีชาวโรมันที่นิยมมาปลูกคฤหาสน์ริมทะเลสาปและยังเป็นแหล่งสปาในสมัยนั้นอีกด้วย
อิสระอัธยาศัยเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศแสนโรแมนติกของหมู่บ้านริมทะเลสาปแห่งนี้ ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าเล็กๆและบ้านทรงโบราณหลากสีสัน
จากนั้นพาท่านเปลี่ยนบรรยากาศชึ้นเรือชมวิวทะเลสาป ท่ามกลางหมู่บ้านเล็กๆและเทือกเขาแอลป์อันสูงใหญ่ที่ล้อมรอบทะเลสาปนี้ไว้
เรือเทียบท่าที่เมืองการ์ด้า เมืองหลักของเขตเลคการ์ด้า
ค่ำ - อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ลิ้มลองรสชาติพิซซ่าและพาสต้าอิคาเลี่ยนแท้ๆ
พาท่านเข้าที่พักที่รีสอร์ทริมทะเลสาป
วันที่สาม เวโรน่า - เกาะเวนิซ - เกาะเครื่องแก้วมูราโน่ - เกาะบูราโน่ - พระอาทิตย์ตกดินที่เซนต์มาร์ค
เช้า - เดินทางสู่เมืองเวอโรน่า เมืองต้นกำเนิดของนิยายรักอมตะโรมิโอและจูเลียต ที่เล่าขานกันมากว่า 700ปี โดยท่านเชคเปียร์ นำชมบ้านเลขที่ 23 ของจูเลียต คาปูเลต์ กับภาพของระเบียงแห่งเรื่องราวโรแมนติกที่จูเลียตเฝ้ารอคอยพบโรมิโอทุกค่ำคืน ผ่านชม Arena หรือ Amphitheatre สีชมพูอ่อน โรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เกาะเวนิซ
กลางวัน - อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหาร นำท่านเที่ยวชมเกาะเวนิซ เมืองที่ไม่มีรถวิ่งเข้าถึงได้ พาท่านนั่งเรือเมลล์แบบชาวท้องถิ่นตรงสู่เกาะมูราโน่ ถิ่นกำเนิดของสุดยอดเครื่องแก้วมูราโน่อันลือชื่อและวิจิตรงดงามอย่างยิ่ง และเป็นวิชาชีพที่สืบทอดมากว่าหนึ่งพันปีแล้ว จนถึงปัจจุบันเทคนิคพิเศษในการเป่าแก้วมูราโน่นั้นถือเป็นความลับสุดยอดของแต่ละครอบครัว และจะไม่มีการบอกต่อกันเด็ดขาด พาท่านชมสาธิตวิธีการเป่าแก้ว พร้อมอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อเครื่องแก้วมูราโน่ของแท้ไว้เป็นที่ระลึก หรือไว้แต่งบ้านของท่าน เครื่องแก้วที่นี่สนนราคาตั้งแต่ชิ้นเล็กๆสองสามยูโรเหมาะสำหรับเป็นของฝากน่ารักๆ จนถึงเป็นหมื่นยูโรที่เป็นงานศิลป์สุดปราณีต มีทั้งไว้ใช้ตั้งโชว์ ปิดจุกไวน์ หรือแชนเดอเลีย และอื่นๆอีกมากมาย
จากนั้นพาท่านนั่งเรือต่อไปยังเกาะบูราโน่ที่โด่งดังทางด้านอุตสาหกรรมเย็บผ้าลูกไม้ลายต่างๆ ที่พิเศษของเกาะนี้นอกจากลูกไม้คือบ้านหลากสีสันสดใสที่เรียงรายทั่วเกาะเหมาะแก่การถ่ายภาพยิ่งนัก ให้เวลาท่านอิสระชื่นชมบรรยากาศและเก็บภาพประทับใจ หรือเลือกซื้อผ้าลายลูกไม้ชื่อดังของเกาะนี้
ได้เวลาสมควรพาท่านนั่งเรือกลับเกาะเวนิซ สัมผัสความสวยงามและความโรแมนติกแบบไม่มีที่ไหนเทียบได้ เยี่ยมชมจัตุรัส San Marco จุดศูนย์กลางของแคว้นเวนิซ ที่รายรอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างสมัยยุคทอง ทั้งหอนาฬิกาเซนต์มาร์ค และพระราชวังโดจจ์ พระราชวังสีขาวอมชมพูของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในสมัยนั้น พาท่านเข้าชมมหาวิหาร Saint Mark’s Basilica โบสถ์สมัย Byzantine ที่ประดับประดาทั้งภายนอกและภายในด้วยรูปปั้นชดช้อย โมเสค และทองคำ รวมถึงการออกแบบอันโดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความมั่งคั่งของอาณาจักรเวนิซ และได้รับการขนานนามว่า มหาวิหารทองคำ อิสระถ่ายภาพรอบๆจัตุรัสและริมฝั่งน้ำ หรือท่านสามารถเลือกนั่งจิบกาแฟเพื่อดืมด่ำ่บรรยากาศสุนทรีย์ที่ร้านกาแฟชื่อดังพร้อมฟังดนตรีบรรเลงคลาสสิก หรือท่านอาจจะเลือกเดินช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึก
ค่ำ - ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ริมฝั่งน้ำจตุรัสเซนต์มาร์ค เดินเล่นชมบรรยากาศแสงสีเมืองเวนิซยามค่ำคืนอันแสนโรแมนติก
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านล่องเรือกลับที่พักบนเกาะเวนิซ
เช้า - พาคณะออกเดินทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์คือ ดูโอโม (Duomo) มหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ใช้เวลาสร้างกว่าห้าร้อยปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1386 ในสไตล์โกธิค จนเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1805 เพื่อให้ทันเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกของนโปเลียน ที่จะทรงขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิของอิตาล ด้านนอก มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แล้วผ่านชมแกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ล อาคารกระจกที่เก่าแก่และมีความสวยงาม หลังจากนั้นชมโรงละครโอเปร่า ลาสกาล่า ชมรูปปั้นของ ลีโอนาโด ดาวินชี
อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวเล่นในเมืองมิลาน เมืองหลวงแห่งโลกแฟชั่นที่รายล้อมไปด้วยร้านค้าชื่อดังต่างๆ
กลางวัน - อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร ออกเดินทางไปยังเขต เลคการ์ด้า แคว้นลอมบาร์ดี้
นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านเซอมิโอนี่ หมู่บ้านริมทะเลสาปอันแสนสวยล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณและทะเลสาปทั้งสี่ด้าน การจะเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ต่องผ่านประดูเมืองที่อยู่ภายใต้ปราสาท Scaliger อันสวยงามราวเทพนิยาย ที่นี่เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเมื่อสมัยศึกสงครามระหว่างแคว้นเวเนโต้ กับลอมบาร์ดี้ และเพราะความสวยงาม หมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมของเศรษฐีชาวโรมันที่นิยมมาปลูกคฤหาสน์ริมทะเลสาปและยังเป็นแหล่งสปาในสมัยนั้นอีกด้วย
อิสระอัธยาศัยเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศแสนโรแมนติกของหมู่บ้านริมทะเลสาปแห่งนี้ ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าเล็กๆและบ้านทรงโบราณหลากสีสัน
จากนั้นพาท่านเปลี่ยนบรรยากาศชึ้นเรือชมวิวทะเลสาป ท่ามกลางหมู่บ้านเล็กๆและเทือกเขาแอลป์อันสูงใหญ่ที่ล้อมรอบทะเลสาปนี้ไว้
เรือเทียบท่าที่เมืองการ์ด้า เมืองหลักของเขตเลคการ์ด้า
ค่ำ - อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ลิ้มลองรสชาติพิซซ่าและพาสต้าอิคาเลี่ยนแท้ๆ
พาท่านเข้าที่พักที่รีสอร์ทริมทะเลสาป
วันที่สาม เวโรน่า - เกาะเวนิซ - เกาะเครื่องแก้วมูราโน่ - เกาะบูราโน่ - พระอาทิตย์ตกดินที่เซนต์มาร์ค
เช้า - เดินทางสู่เมืองเวอโรน่า เมืองต้นกำเนิดของนิยายรักอมตะโรมิโอและจูเลียต ที่เล่าขานกันมากว่า 700ปี โดยท่านเชคเปียร์ นำชมบ้านเลขที่ 23 ของจูเลียต คาปูเลต์ กับภาพของระเบียงแห่งเรื่องราวโรแมนติกที่จูเลียตเฝ้ารอคอยพบโรมิโอทุกค่ำคืน ผ่านชม Arena หรือ Amphitheatre สีชมพูอ่อน โรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เกาะเวนิซ
กลางวัน - อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหาร นำท่านเที่ยวชมเกาะเวนิซ เมืองที่ไม่มีรถวิ่งเข้าถึงได้ พาท่านนั่งเรือเมลล์แบบชาวท้องถิ่นตรงสู่เกาะมูราโน่ ถิ่นกำเนิดของสุดยอดเครื่องแก้วมูราโน่อันลือชื่อและวิจิตรงดงามอย่างยิ่ง และเป็นวิชาชีพที่สืบทอดมากว่าหนึ่งพันปีแล้ว จนถึงปัจจุบันเทคนิคพิเศษในการเป่าแก้วมูราโน่นั้นถือเป็นความลับสุดยอดของแต่ละครอบครัว และจะไม่มีการบอกต่อกันเด็ดขาด พาท่านชมสาธิตวิธีการเป่าแก้ว พร้อมอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อเครื่องแก้วมูราโน่ของแท้ไว้เป็นที่ระลึก หรือไว้แต่งบ้านของท่าน เครื่องแก้วที่นี่สนนราคาตั้งแต่ชิ้นเล็กๆสองสามยูโรเหมาะสำหรับเป็นของฝากน่ารักๆ จนถึงเป็นหมื่นยูโรที่เป็นงานศิลป์สุดปราณีต มีทั้งไว้ใช้ตั้งโชว์ ปิดจุกไวน์ หรือแชนเดอเลีย และอื่นๆอีกมากมาย
จากนั้นพาท่านนั่งเรือต่อไปยังเกาะบูราโน่ที่โด่งดังทางด้านอุตสาหกรรมเย็บผ้าลูกไม้ลายต่างๆ ที่พิเศษของเกาะนี้นอกจากลูกไม้คือบ้านหลากสีสันสดใสที่เรียงรายทั่วเกาะเหมาะแก่การถ่ายภาพยิ่งนัก ให้เวลาท่านอิสระชื่นชมบรรยากาศและเก็บภาพประทับใจ หรือเลือกซื้อผ้าลายลูกไม้ชื่อดังของเกาะนี้
ได้เวลาสมควรพาท่านนั่งเรือกลับเกาะเวนิซ สัมผัสความสวยงามและความโรแมนติกแบบไม่มีที่ไหนเทียบได้ เยี่ยมชมจัตุรัส San Marco จุดศูนย์กลางของแคว้นเวนิซ ที่รายรอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างสมัยยุคทอง ทั้งหอนาฬิกาเซนต์มาร์ค และพระราชวังโดจจ์ พระราชวังสีขาวอมชมพูของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในสมัยนั้น พาท่านเข้าชมมหาวิหาร Saint Mark’s Basilica โบสถ์สมัย Byzantine ที่ประดับประดาทั้งภายนอกและภายในด้วยรูปปั้นชดช้อย โมเสค และทองคำ รวมถึงการออกแบบอันโดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความมั่งคั่งของอาณาจักรเวนิซ และได้รับการขนานนามว่า มหาวิหารทองคำ อิสระถ่ายภาพรอบๆจัตุรัสและริมฝั่งน้ำ หรือท่านสามารถเลือกนั่งจิบกาแฟเพื่อดืมด่ำ่บรรยากาศสุนทรีย์ที่ร้านกาแฟชื่อดังพร้อมฟังดนตรีบรรเลงคลาสสิก หรือท่านอาจจะเลือกเดินช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึก
ค่ำ - ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ริมฝั่งน้ำจตุรัสเซนต์มาร์ค เดินเล่นชมบรรยากาศแสงสีเมืองเวนิซยามค่ำคืนอันแสนโรแมนติก
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านล่องเรือกลับที่พักบนเกาะเวนิซ

มิลาน - เลค การ์ด้า - เซอมิโอนี - เวโรน่า - เวนิซ - มูราโน่ - บูราโน่
เฟอราร่า - ฟลอเรนซ์ - ปิซ่า - ซานจิมิญาโน่ - ชิอานติ - เซียน่า - โรม
กำหนดเดินทาง 1 - 8 เม.ย. / 29 เม.ย. - 7 พ.ค. / 20 - 28 พ.ค./ 4 - 13 มิ.ย. หรือตามคำขอจากท่าน
วันแรก มิลาน (อิตาลี)
ถึงท่าอากาศยานมาลเพนซ่า มิลาน หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักที่โรงแรม Hilton Garden Inn หรือเทียบเท่า
เจาะลึกอิตาลี่ตอนบน - 8 วัน 7 คืน -






สัมผัสมนตร์เสน่ห์แคว้นทัสคานี่ ลอมบาร์ดี้ และเวเนโต้ ชีวิตอันแสนรื่นรมย์
ค่าบริการรวม
• ค่าห้องพักในโรงแรมตามรายการ
• ค่ารถรับส่งตามรายการ
• ค่าอาหาร ตามรายการ
• ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว ตามรายการ
• มัคคุเทศก์ คอยอำนวยความสะดวกตลอดระยะเวลาการเดินทาง
• ค่าทิป สำหรับคนขับรถและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นตลอดการเดินทาง
ค่าบริการนี้ไม่รวม
• ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ (ท่านสามารถเลือกซื้อทัวร์แบบรวมตั๋วเครื่องบินได้ โปรดระบุขณะจอง)
• ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่ม
• ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าประกันภัยการเดินทาง (สำหรับท่านที่พำนักอยู่ที่ไทยหรืออังกฤษ เรายินดีให้คำปรึกษาและรายละเอียดเกี่ยวกับการทำวีซ่าในทุกขั้นตอน)
ระเบียบการและเงื่อนไข
1. เราไม่เหมือนบริษัทอื่นๆที่ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกกรณีที่มีผู้สำรองการเดินทางไม่ครบ เพราะทัวร์เราทุกทัวร์ออกแน่นอนเมื่อเราได้คอนเฟิร์มการจองและการชำระค่าทัวร์ได้เสร็จสมบูรณ์แม้ว่าท่านจะมีกันแค่สองคน จึงรับประกันได้ว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
2. เราไม่เหมือนทัวร์อื่นๆที่ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาค่าบริการในกรณีที่มีการขึ้นราคาค่าตั๋ว หรืออัตราแลกเปลี่ยนปรับขึ้นในช่วงใกล้วันที่คณะจะเดินทาง ราคาทั้งหมดที่เรายืนยันกับท่านก่อนการจองเป็นราคาคอนเฟิร์มและถือเป็นสัญญาที่เราให้กับท่านและเราจะไม่ปรับขึ้นในวันหลังเด็ดขาด
3. การสำรองที่นั่ง : บริษัทฯ ขอรับค่ามัดจำสำหรับการจองท่านละ 30,000 บาท โดยวิธีชำระเงินมีให้เลือก 3 วิธี
3.1 นำเงินเข้าบัญชีธนาคาร แล้วส่งสำเนาใบนำฝาก ทางอีเมลล์ที่ gmtour@thelondonboutique.com เราจะ ส่งหมายเลขที่บัญชีให้เมื่อยืนยันราคาและรายละเอียดอื่นๆเรียบร้อยแล้ว
3.2 ชำระด้วยบัตรเครดิต เรายินดีรับบัตรเครดิตทุกประเภท โดยชำระผ่านระบบ Paypal ที่ง่าย ทันสมัยและปลอดภัยที่สุดบนอินเตอร์เนท เมื่อยืนยันราคาและรายละเอียดอื่นๆเรียบร้อยแล้วเราจะส่งลิงค์สำหรับเข้าสู่ระบบให้ (หมายเหตุ: กรณีชำระด้วยบัตรเครดิตเราจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมบัตรเพิ่ม 3.41% ที่ทางบัตรจะชาร์จจากเรา)
3.3 ชำระด้วยเช็ค เรายินดีรับเช็คจากธนาคารทั้งในไทย และ ในอังกฤษ กรณีชำระด้วยเช็ค การจองจะสมบูรณ์ต่อเมื่อเรา ได้รับเงินจากการสั่งจ่ายนั้นแล้ว
4. กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นจะ ถือว่าสละสิทธิ์
5. การยกเลิก
• กรณียกเลิกการจองน้อยกว่า 60 วัน ก่อนการเดินทางบริษัทขอสงวนสิทธิในการคืนเงินมัดจำทั้งหมด โดยจะหักตามค่าใช้จ่ายจริงที่เสียไปแล้วและคืนส่วนที่เหลือให้
• กรณีแจ้งยกเลิกการจองภายใน 30 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด โดยจะหักตามค่าใช้จ่ายจริงที่เสียไปแล้วและคืนส่วนที่เหลือให้
6. บริษัทฯรับเฉพาะผู้มีวัตถุประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้ผู้เดินทางออกหรือเข้าประเทศ บริษัทฯไม่สามารถคืนค่าทัวร์ให้
7. ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หากท่านไม่ใช้บริการใด ๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถขอคืนค่าบริการได้
หมายเหตุ
• ค่าบริการทางเว็บไซต์เป็นค่าบริการโดยประมาณเท่านั้น ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงลดลงหรือเพื่มชึ้นได้ตามฤดูกาลหรือจำนวนคนในกรุ๊ป โปรดติดต่อเราเพื่อสอบถามราคาที่แน่ชัด
• บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ อันเกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การก่อการจลาจล ความล่าช้าของเที่ยวบิน การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกหรือเข้าประเทศ เป็นต้น
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนรายการท่องเที่ยวตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรม และสภาวะทางการเมืองโดยถือผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก
• บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ ห้ามเข้าประเทศ การนำสิ่งของผิดกฎหมาย เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย